คำถามสำคัญกับ Samong Ventures

คำถามสำคัญๆ ที่ถามกันบ่อย ๆ กับ Samong Ventures

Samong Ventures คือ องค์กรในรูปบริษัทฯ เอกชน เป็นกิจการการบริหารเงินทุนสำหรับการลงทุนในกิจการซอฟต์แวร์ มีวัตถุประสงค์ ในเชิงธุรกิจ ในการลงทุน และพัฒนาวงการซอฟต์แวร์ของไทย
การระดมทุน จากการซื้อหุ้น นำเงินไปลงทุนกิจการพัฒนาและบริหารแพลตฟอร์มต่าง ๆ และลงทุนกับ Start Up ภายในการคัดสรรของกลุ่ม
ในปี สองปีแรก นักลงทุนต้องเข้าใจว่ากิจการต่าง ๆ จะไม่ทำกำไรอย่างทันที แต่ผลประกอบการและกำไรจะเกิดขึ้นอย่างแนนอนในปีถัด ๆ มา ในปีแรก เราจะลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มเองจำนวน 6 แพลตฟอร์ม คือ การศึกษา การแพทย์ ธุรกิจ การโรงแรม สหกรณ์ และ ส่วนบุคคล ปีแรกนี่ เราจะดำเนินการด้วยทีมขนาดเล็ก พร้อมๆ ไปกับการฝึกอบรมสร้าวทีมงานคราวละน้อย ๆ แต่มีความมั่นคงกับทีมงาน
ในปี 2019 มีเป้าหมายในการระดมทุน 10 ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็นรอบการลงทุนไตรมาสแรก 5 ล้านบาท และไตรมาส 2 อีก 5 ล้านบาท โดยในไตรมาสแรก จะให้สัดส่วนการถือหุ้นที่ 2% ต่อ ยอดการลงทุน 1 ล้านบาท และในไตรมาส 2 จะปรับเป็น 1 % ต่อเงิน 1 ล้านบาท หลังจากนั้นจะเป็นการระดมทุนสำหรับผู้สนใจที่อยากลงทุนแต่มีข้อจำกัด ความพร้อมในการลงทุน โดยราคาพาร์ หุ้นละ 100 บาท ทำนองนี้
ประการแรกคือ เทคโนโลยี ที่ไม่ต้องไล่ตาม ไม่เหมือนซอฟต์แวร์โปรแกรมใหม่ๆ ที่เพิ่งออกมาไม่นาน มักจะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย และไม่ทราบว่ามันจะหยุดการพัฒนาตอนไหน แต่เครื่องมือที่เราใช้นั้นเขาพัฒนามากว่า 30 ปี มีนักพัฒนาชิ้นส่วน components มาประกอบเครื่องมือหลักอย่าสม่ำเสมอ ประการที่สอง ในด้านเทคโนโลยีที่เราพั?นาเสริมขึ้นมาเอง เป็นเครื่องมือช่วยใน 2 ลักษณะคือ ด้านของ การจัดการฐานข้อมูล ที่รวดเร็ว แม่นยำ นักพัฒนาไม่ต้องจดจำคำสั่งจำนวนมาก และดการผิดพลาดในการจัดการฐานข้อมูล ด้านที่สอง คือ ในด้านการเขียนโค้ด เราได้พัฒนาโปแกรมย่อย ไลบรารีย่อย ๆ เพื่อให้นักพัฒนาเขียนโค้ดเพิ่มเติมเพีบงน้อยนิด และง่ายดายขึ้น ประการที่สาม คือ แนวคิดการสร้างคน ที่จะช่วยให้ทีมงานแข็งแกร่ง ขยายตัวไปได้รวดเร็ว และช่วยเหลืองานกัน มีรายได้ร่วมกัน งานจึงรวดเร็ว และมีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เรามีมาตรการในการควบคุม
คำถามนี้โดนถามประจำ ฮ่าๆๆๆ ถามเหมือนธนาคารต่าง ๆ ของประเทศไทยเลย คือกลัวจะไม่ได้เงินคืน เรื่องนี้ นักลงทุนต้องมีศรัทธา นี่คือเหตุผลที่เราให้สัดส่วนการถือหุ้นถึง 2% ต่อเงิน 1 ล้านบาท ท่านอาจจะรู้สึกว่ามันน้อย แต่ท่านจะเข้าใจ เมื่อได้ทำความเข้าใจแผนธุรกิจลึก ๆ เราจะไม่ตอบคำถามชัด ๆ ในมี่นี้ แต่จะลองยกตัวอย่างง่าย ๆ จาก 2 แพลตฟอร์ม คือ แพลตฟอร์มสำหรับ โรงพยาบาล ที่เรามีการพัฒนางานฐานรากแล้ว และมี รพ รอใช้บริการอยู่แล้ว การพัฒนาจะค่อยๆ ทำไปทีละโมดูลหรือมากกว่าไปตามความจำเป็น เราไม่รีบเร่งนะ เพราะ ทาง รพ ผู้ให้การสนับสนุนก็มีข้อจำกัด แต่ทางผู็สนับสนุนที่ได้เห็นการทำงานเห็นความก้าวหน้าแล้ว มีความมั่นใจมาก ผลที่จะเกิดขึ้นต่อความสำเร็จในระบบงานแรก ๆ คือ ข้อตกลงจากทาง รพ นั้นและ รพ ต่าง ๆ อีกมากมาย และแพลตฟอร์มที่ สอง คือ แพลตฟอร์มทางด้านการศึกษา ที่จะเป็นระบบช่วยยกระดับการบริการ การบริหารการศึกษา ซึ่งเราก็มีโรงเรียนที่ร่วมโครงการทดสอบแพลตฟอร์มแล้วจำนวนมาก นี่จึงเป็นเครื่องมือยืนยันว่า แพลตฟอร์มของเราเป็นประโญชน์ และใช้ได้จริงอย่างแน่นอน
คำถามนี้คล้ายคำถามก่อน ๆ เลยใช้คำตอบก่อน ๆ ได้ด้วย คือ เราไม่ทำแอพ ขยะๆ เหล่านั้น แถมเราจะกวาดขยะแอพเหล่านั้น ด้วยการทำใหม่ พัฒนาต่อยอดไอเดีย อาจจะเราทำเอง หรือ เหล่าสตารทอัพเอาไปทำ ความคิดค้ลายกันได้ แต่ทำได้ดีกว่า ส่วนเป้าหมายงานของเรา คืองานคุณภ่พมากกว่านั้น ประโยชน์มากกว่านั้น ทั้งงานสำหรับองค์กรงานสำหรับบุคคล สำหรับสหกรณ์ สำหรับกลุ่มเกษตรกร เป็นไปได้ทั้งนั้น เราสร้าวแอพประเภทแพลตฟอร์ม เป็นแพตฟอร์มที่มันดูแลจัดการกันเองทั้งหมด โดยอาจจะมีบางแพลตฟอร์มที่ลูกค้าเจ้าของแพลตฟอร์มต้องดูแลการปฏิบัติการเอง แต่เราจะไม่ดูแลภาคปฏิบัติการเอง
อย่างแรกขอบอกว่า เพราะเราไม่ได้เอาเงินเป็นที่ตั้ง เราจึงไม่เร่งไปผลิตในสิ่งที่ไม่มีคนจ้าง ไม่มีคนใช้ แต่เราจะค่อย ๆ ทำ ค่อยๆ สร้างจากงานที่มีผู็ใช้งานแน่นอน และจากงานแต่ละชิ้นมันจะถูก Reuse ในงานต่อๆ ไป ไม่เสียหาย เป็นการ Reuse ที่ไม่ใช่การ กอปปี้ มันมากกว่านั้น ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์จะทำการตลาดของมันเอง
ใช่แล้วครับต่ำมาก แต่ก็ถามกลับว่า จะเอาเงินมา 100 ล้านในตอนนี้เพื่ออะไร มันมีปัญหาตั้งแต่ว่าจะเอามา 100 มาจากไหน ใครจะให้ และเอามาแล้วมาจ้างใคร มาสอน มาให้เขาใช้จ่ายสบาย ๆ ไม่เกิดงานเหรอ หรือต้องจ้างโปรแกรเมอร์เป็น 100 คน ก็คงเจ๊งในปีเดียว ตัวเลขที่เราระบุนั้น มันเพียงพอที่จะสร้างทีมขนาดกลางและสร้างงานขนาดใหญ่ และสร้างรายได้ที่จะเดินต่อได้เอง ไม่ต้องระดมทุนอีก ใครต่อใครที่ระดมทุนในครั้งที่ 2 - 3 นั้นเป็นเพราะการระดมทุนในครั้งแรก ไม่พอสร้างรายได้นั่นเอง ว่าไปการระดมทุนของเรา เหมือนการชวนมาทำบุญมากกว่า บอกบุญแล้ว ไม่ร่วมบุญก็ผ่านไป ใครตาถึงก็ลงทุนก่อนได้ผลตอบแทนก่อน
ใช่ครับ ต้องเป็นไปตามกฏหมาย บ้านเมืองนี้กฏเกณฑ์เยอะ และเยอะจนใครๆ ก็ไม่กล้าปล่อยเงินลงทุน อย่างแบงค์จำนวนมากที่ดูเหมือนจะสนับสนุนรัฐบาล แต่เอาเข้าจริง ไม่ได้ปล่อยเงินกู้ให้กับโครงการที่สำคัญ ๆ ที่ควรจะให้ ปล่อยได้ก็แค่กับธุรกิจเล็ก ๆ ที่มีรถเข็น มีหม้อ มีกระทะมาแล้ว แต่มองไม่ออกว่าธุรกิจด้านนวัตกรรมนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร ในส่วนของกฏหมายนั้น เมื่อมีความพร้อมของผู็สนใจลงทุนจริงจังแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท ฯ ตามลำดับ และมีทีมผู้บริหารตามขั้นตอนแน่นอนครับ

267total visits,1visits today

Spread the word. Share this post!

Leave Comment